บทที่ 1 ตอบแทนคุณ

ร้าน Born to be Cream

ใบหน้าขาวนวลที่เปรอะเปื้อนคราบแป้งขนมจาง ๆ กำลังเตรียมแพ็กขนมมิลล์เฟยนับพันชิ้นลง กล่องเพื่อเตรียมจัดส่งให้ลูกค้าเจ้าประจำที่  เธอไม่ เคยเห็นหน้าค่าตารู้เพียงแต่ว่าเขาสั่งขนมมิลล์เฟย บ่อยมาก แทบจะนับครั้งได้ที่เขาจะลองสั่งขนมแบบอื่น บางครั้งก็ฝากให้คนที่มารับขนมซึ่งคาดว่าน่าจะ เป็นลูกน้องหรือผู้ช่วยของเขาเอาโน้ตมาให้และแจงรายละเอียดยิบว่าต้องการมิลล์เฟยดีไซน์ใหม่

ผลไม้ขอเป็นองุ่นไซมันคัสบ้างล่ะราสเบอรี่   บ้างล่ะ สังเกตดูแล้วเขาจะเป็นคนพิถีพิถันและเจ้า  ระเบียบไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นบุคคลนิรนามผู้นี้ก็สั่งนมเธอมาร่วมสามเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้เจอตัว

คนสั่งอย่างจริงจังเลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันนี้เป็นวันที่เขาสั่งขนมจากร้าน  ของเธอเยอะที่สุด ถึงกับต้องเกณฑ์บรรดาเพื่อน ๆ  เกือบสิบคนมาช่วยกันแพ็คขนมตั้งแต่ตีห้า

เพราะเขาบอกว่าจะมารับขนมก่อนเที่ยงของวัน แต่นี่ก็เที่ยงเป๊ะแล้วแท้ ๆ อิตาบ้าขนมหวานก็  ยังไม่โผล่มารับขนมสักที

"คุณครีมเขาจะเบี้ยวเราไหมคะเนี่ย ไหนจะ  ต้องเร่งหาเงินที่เราจะซื้อที่ดินของร้านจากอิเจ๊หน้า เลือดคนนั้นอีก ถ้ามาเจอเบี้ยวอีกเรากรอบกันแน่ ๆค่ะคุณครีมขา" 

หมูยองลูกน้องสาวทำหน้าเหนื่อยแล้วเอนตัวลงกับเก้าอี้ผ้าใบที่ใช้ไว้งีบหลับพักหลังจากที่ไม่มีออเดอร์เข้ามาขณะที่ปภินดาเจ้านายสาวเอาแต่เดินไป 

เดินมาจนเริ่มวิตกจริตกับสิ่งที่หมูหยองเด็กสาวใน  ร้านพูดขึ้น  "ไม่หรอกค่ะ พี่ว่าเขาต้องมา" 

กริ๊ง! กริ๊ง! 

เสียงโทรศัพท์ของร้านดังขึ้นหมูหยองกดรับ

"สวัสดีค่ะพนักงานร้านชื่อหมูหยอง ยินดีให้  บริการค่ะ อ้อจะมารับขนมใช่ไหมคะเสร็จแล้วค่ะมาได้เลย"หมูหยองกดวางสายทันใดปภินดาก็รีบกระ   โดดโลดเต้นดีใจ 

ทว่าอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกโลกทั้งใบเอียงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และทุกอย่างตรงหน้าก็ดับวูบลง

"ว๊ายคุณครีมคะ" หมูหยองรีบวิ่งไปรับร่างที่ หน้ามืดหมดสติของปภินดาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

"เกิดอะไรขึ้นครับ" 

"เอ่อคุณมารับขนมใช่ไหมคะ ช่วยฉันหน่อย ค่ะเจ้านายฉันเขาเป็นลมค่ะ"  

ขณะที่ชายในชุดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำกำลัง รับร่างของปภินดามาจากหมูหยอง

"ฉันเอง" ชายหนุ่มหน้าตาหล่อคมเหมือนลูก   ครึ่งผิวขาวราวไข่ปอกรวบร่างของปภินดาขึ้นสูง 

"สวัสดีครับผมเป็นคนที่สั่งขนมเองและเป็น   เพื่อนเก่าของปภินดา คุณไม่ต้องเป็นห่วงเจ้านาย   คุณหรอก ผมจะพาเธอไปโรงพยาบาลและดูแลให้  อย่างดี วันนี้คุณปิดร้านได้เลยพิรุณนายให้พวกที่ เหลือมาขนขนมไปที่บริษัทด้วย"  

เขากำชับกับผู้ช่วยและอุ้มร่างของปภินดาขึ้นรถไป หมูหยองยิ้มแก้มปริเพราะวันนี้เธอจะได้รีบ   กลับบ้านไปนอนดูซีรีส์ให้สบายใจเพราะทั้งอาทิตย์

เหนื่อยกับการทำขนมมาแทบตาย 

ใบหน้าที่ซีดเซียวในตอนแรกเริ่มอมชมพูมี    เลือดฝาดขึ้น หลังจากที่ได้น้ำเกลือจากโรงพยาบาล แต่กระนั้นก็ยังไม่ฟื้นคืนสติ ดังนั้นชายหนุ่มเพื่อน   เก่าผู้หวังดีจึงได้อุ้มเจ้าของร้านขนมกลับมายังคอน โดของตน

นัยน์ตากลมโตเปิดออกและเห็นแสงสว่างของเมืองทั้งเมืองพร้อมกับกับความมืดมิดรอบตัวจนน่าหวั่นใจ ผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ทำให้ต้องรีบ  เด้งตัวขึ้นมา มือของปภินดายกขึ้นทาบหน้าผากที่  ปวดตุ้บตุ้บ 

นี่เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แล้วตอนนี้เธอ  อยู่ที่ไหน ในห้องของใครกัน 

 "คุณตื่นแล้วเหรอ" หุ่นสูงโปร่งที่ยืนกอดอก อยู่ที่ขอบประตูเอ่ยทัก และเดินเข้ามาประชิดที่ข้างเตียงกดเปิดสวิสตซ์ไฟเพื่อให้ปภินดาเห็นหน้าของเขา เพื่อจะดูว่าเจ้าของร้านขนมโอเคดีแล้ว 

เมื่อแสงของโคมไฟหัวเตียงส่องสว่าง ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงใครสักคนก็แว่บเข้ามาในหัว

แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี

ว่าเขาเป็นใครกันแน่ "คุณจำผมไม่ได้ใช่ไหม"

"เอ่อ...คือขอโทษด้วยนะคะฉันความจำ        ไม่ค่อยดี"                              

"คุณความจำไม่ดีหรือผมไม่น่าจดจำกันล่ะ  ปภินดา"

 หน้าสลักคมดั่งรูปปั้นโน้มตัวลงมามือสอง   ข้างยันที่เตียงนอน สายตาจ้องเขม็งมองเธอ

"ก็จำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แล้วนี่ฉันอยู่ไหนแล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับฉัน" ปภินดารีบตะปปกอดตัวเองอย่างหวาดระแวง

"ผมเป็นลูกค้าขนมพันชิ้นนั่น พอดีแวะไปที่  ร้านและคุณก็ดันเป็นลมหมดสติ ผมเลยพาคุณไป  กินน้ำเกลือที่โรงพยาบาล แล้วก็พากลับมาคอนโด  ของผม เพราะผมไม่รู้ว่าบ้านคุณอยู่ไหน" 

"คุณก็ทิ้งฉันไว้ที่โรงพยาบาลก็ได้ค่ะไม่เห็น  ต้องพามานี่เลย"

"ก็ผมอยากพาคุณมาที่นี่ เพื่อให้เราได้เริ่มทำความรู้จักกัน"

"ใครอยากไปรู้จักคุณกัน...ฮึ!" หญิงสาวชะงัก เพราะหันไปเห็นนิตยสารฉบับหนึ่งที่ปกเป็นใบหน้าของคนที่เธอกำลังสนทนาด้วย เธอเพ่งมองนิตยสารของผู้ชายเล่มนั้นและหันไปมองหน้าเขาอีกรอบเพื่อทดสอบว่าตนเองไม่ได้ตาลาย

"ไม่ต้องงงหรอกครับ นั่นผมเอง" 

นิตยสารเล่มหนาถูกโยนลงบนเตียงนอน ใบ หน้าหวาดหวั่นรีบหยิบมันขึ้นมาตรวจดูให้แน่ชัด 

"อธิกะ บุรินทร์รัตน์ นักธุรกิจด้านวิศวโยธา สุดฮอต"  ปภินดาอ่านออกเสียงพึมพำแล้วเหลือบ  ตามองดูเจ้าของใบหน้าหล่อดุจเทพบุตรตรงหน้า 

ใช่! ก็เขาหล่อจริงนั่นแหละ ข้อนี้ไม่ปฏิเสธ

แต่ที่เธอไม่ชอบคือไอ้การกระทำที่ดูเอาแต่ใจของเขาต่างหาก

"สรุปคุณก็ยังจำผมไม่ได้สินะ เอาล่ะผมจะ   แนะนำตัวแล้วกัน ผมเคยเป็นเดือนคณะวิศวะมหาลัยเดียวกับคุณซึ่งตอนนั้นคุณเป็นดาวมหาลัยอยู่ด้วย ความบังเอิญวันรับปริญญาผมก็โดนทำร้าย และคุณก็เป็นคนมาช่วยผมและพาส่งโรงพยาบาลผมก็แค่ทำแบบเดียวกับคุณในตอนนั้น ไม่ถูกต้องหรือไง"

"ก็ไม่เชิงว่าไม่ถูกต้องหรอกค่ะแต่มันจะประ  เจิดประเจ้อไปนิดกับการที่คุณหิ้วฉันมาคอนโดของคุณแบบนี้ใคร ๆ ก็เข้าใจผิดกันหมดแน่"

"เข้าใจผิดว่าอะไรครับ เข้าใจว่าผมพาคุณมา นอนค้างที่นี่ หรือเข้าใจว่าคุณเป็นแฟนผม คุณว่า  แบบไหนดีล่ะปภินดา" 

"เรียกว่าครีมเฉย ๆ เถอะค่ะ" 

"งั้นคุณก็เรียกผมว่าธิเฉย ๆ อืม..นี่ก็ดึกมาก  แล้วคุณนอนพักก่อนเถอะ แล้วก็ค่าขนมผมโอนเข้าบัญชีร้านคุณเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน" 

เขาเดินออกไปพร้อมกับล็อคประตูห้องนอน ให้เธอเสร็จสรรพตอนนี้เธอทั้งงงและสับสน จู่ ๆ คนที่เคยช่วยเอาไว้สมัยเรียนก็โผล่มาตอบแทนพระคุณแบบปัจจุบันทันด่วนไปเสียหน่อยเป็นใครก็ตกใจกันทั้งนั้น

7.00 น.

รถเก๋งคันใหม่จอดส่งเจ้าของร้านขนมที่หน้าบ้าน ขณะหญิงสาวกำลังจะก้าวขาลงจากรถข้อมือ ของเธอก็ถูกยึดไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นของคนด้านข้าง 

เธอหลุบตามองมือที่ถูกรั้งอย่างไม่มีเหตุผล  และเอกสารฉบับนึงถูกยื่นส่งให้กับเธอ "อะไรคะ"

"ข้อเสนอของผมคุณลองอ่านดูอ่านเสร็จเมื่อ ไหร่ก็โทรหาผมบนเบอร์ที่อยู่ในเอกสารฉบับนี้ผมจะรีบมาหาคุณทันที"

อธิกะกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวปล่อยมือ  นุ่มที่เขากุมไว้อย่างเสียดาย ตอนนี้เขาได้แต่อดทน  รอคอยเท่านั้น รอคอยคำตอบจากเธอ

ปภินดาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจึงนอนเอนกาย   เอามือก่ายหน้าผากอยู่ภายในห้อง ขณะที่เสียงตะ  หลิวผัดข้าวของแม่ที่ปะทะเสียดสีกับกระทะก็ดังขึ้นมายังห้องนอน

นานเท่าไหร่แล้วที่มันดังอยู่แบบนี้บางทีก็รู้สึกว่ามันน่ารำคาญ แต่เพราะมันเป็นเสียงของความสุขของแม่ เธอจึงต้องจำใจทนฟังมากระทั่งอายุสามสิบปี 

แม่ของเธอเปิดร้านขายอาหารตามสั่งที่มีลูก  ค้าล้นหลามมากินดื่มอยู่ในบริเวณบ้านของเธอตลอดหลายปีมานี้ ทำให้พื้นที่ของบ้านที่หลบซ่อนอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพเป็นเสมือนพื้นที่อันแสนผ่อนคลายของคนในละแวกนี้

ถึงเธอเสนอว่าจะซื้อบ้านหลังใหม่ให้พ่อกับ  แม่ แต่พวกเขาก็ไม่ยอม บอกท่าเดียวว่าจะขออยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไป แต่พวกเขากลับเอาแต่ไล่ให้เธอไปอยู่ที่อื่นแทน 

ฮัดชิ้ว!

เพราะกลิ่นของผัดกระเพราที่ลอยฟุ้งจนทะลุ เข้ามาในมุ้งลวดห้องนอนของเธอที่ตรงกับครัวของ แม่เข้าพอดี 

ทำให้การนอนหลับพักสายตาเป็นเรื่องที่ยากที่สุด จนสุดท้ายเธอก็หยิบเอาเอกสารฉบับนั้นที่    ลูกค้าที่ชื่ออธิกะส่งให้มาลองอ่านดู ปภินดาอ่านรายละเอียดทุกอย่างจนครบถ้วนเอนหัวลงกับหมอนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

"ก็แค่เป็นภรรยาในนามล่ะมั้ง" 

หญิงสาวพึมพำทำหน้าขบคิดหนัก

แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ ปภินดาหยิบปากกาที่อยู่ในลิ้นชักขึ้นมาเซ็นชื่อของตนลงไป 

แล้วจึงยิ้มแป้นอย่างมีความสุขในทันที 

เพราะว่าตอนนี้เธอสามารถหาทางออกเรื่องที่ดินร้านขนมได้ภายในชั่วพริบตาเดียว หากใครจะว่า เธอมันหิวเงิน ก็ว่าไปเถอะ เพราะเธอไม่มีทางออกสำหรับเงินค่าที่ดินของร้านแล้วจริง ๆ

บทถัดไป